2005/Nov/06

อาจจะไม่สุภาพไปนิดนะ
>>>>>>อาหาร
>>>>>>>เพื่อน : ข้าวราดแกง / ก๋วยเตี๋ยว ราคาไม่เกิน 30
>>>>>>>กินอะไรแพงๆเปลืองฉิบ
>>>>>>>แฟน: กินห่ าอะไรก้ได้ที่ไม่ใช่ข้าว สปาเกตตี้
>>>>>>>เฟรนฟรายซ์ ซูชิ ชิสุ สั่งกันไป มื้อละร้อยขึ้น
>>>>>>>
>>>>>>>- สถานที่
>>>>>>>เพื่อน : สนามกีฬา สว่าง กว้าง สนุก
>>>>>>>แฟน : โรงหนัง มืด แคบ นุ่ม ?!
>>>>>>>
>>>>>>>- ข้ามถนน
>>>>>>>แฟน : ข้ามได้เป่า ระวังนะคับ ! จับมือผมไว้
>>>>>>>เพื่อน : อ้าว! เ-ย รอกรุด้วย (แมร่งข้ามไปนานละ)
>>>>>>>
>>>>>>>- ที่บ้าน
>>>>>>>เพื่อน: มาเพื่อ ดื่ม เมา นินทาเพื่อน ด่าชาวบ้าน เฮฮาปาจิงโกะ
>>>>>>>แฟน: มาเพื่อ สุดยอดเลยที่ร๊ากกกกกกกกก
>>>>>>>
>>>>>>>- เวลาเดิน
>>>>>>>แฟน: แนบชิด ประหนึ่ง ตัวดูดแบบสุญญากาศ
>>>>>>>เพื่อน: เฮ้ย ไปไกลกรุหน่อย ร้อนชิบ!!
>>>>>>>
>>>>>>>- เงิน
>>>>>>>แฟน : มีเสมอ..จ่ายไม่อั้น
>>>>>>>เพื่อน : ไม่มีเสมอ... เมิงจ่ายก่อนละกัน (แร้วมันก้อชิ่ง)
>>>>>>>
>>>>>>>- ป่วย
>>>>>>>แฟน : เปนไรมากมั้ย ? กินยายังคับ
>>>>>>>ห่มผ้าด้วยนะ(โอ๊ยยยยย.มันดูแลแม่อย่างนี้ป่าววะ)
>>>>>>>เพื่อน : เปนไรป่าว
>>>>>>>สำออยอะดิเมิงงง.ไปเที่ยวกัน(เพื่อนพี่ป่วยอยุนะค้าบบบ)
>>>>>>>
>>>>>>>- เข้าห้องน้ำ
>>>>>>>เพื่อน : เยี่ยว / เข้ ขากสะเหลด
>>>>>>>ซื้ดขี้มูก(บางทีมันยังไม่ไปห้องน้ำเลย
>>>>>>>แหวะ)
>>>>>>>แฟน : แต่งตัว โบ๊ะหน้า เสริมจมูก ดันนม ดึงเกงใน เชคขนจ้ากแร้
>>>>>>>ตามบายๆ
>>>>>>>
>>>>>>>- วาเลนไทน์
>>>>>>>แฟน : ผมให้คุนได้ทุกอย่าง ยกเว้น ดาว เดือน และ ขนหน้าอก
>>>>>>>เพื่อน : (วันนี้มันไม่มีตัวตน)
>>>>>>>
>>>>>>>- โดนทิ้ง
>>>>>>>แฟน : เราไปกันไม่ได้ / อย่ามายุ่งกับเรา /ไปไหนก็ไป๊ รำคาญ
>>>>>>>เพื่อน : ไม่เปนไรเว้ย ! ช่างแมร่ง เมิงยังมีกรุ
>>>>>>>
>>>>>>> >> >>>> >>> >>>>------------------------
>>>>>>>
>>>>>>>
>>>>>>>
>>>>>>>อืมมมม.... สุดท้ายแล้ว คงจะรุ
>>>>>>>ว่าใครที่จะอยุเคียงข้างเราจนวันสุดท้าย

2005/Nov/06

ผมอยู่ในวงการ ธุรกิจ ที่เกี่ยวกับบัตร Prepaid แต่ไม่ใช่ของ One2Call ของทักษิณ คุณรู้หรือเปล่าว่า เดี๋ยวนี้ทักษิณมีการแก้กฎหมายต่าง ๆ จนเอื้อประโยชน์ให้กับกลุ่มของตนอย่างมากมาย ผมจะเล่าให้ฟัง (ตอนนี้ฐานลูกค้าของ One2Call มีตั้ง 21 ล้านคน) ในกรณีของ Prepaid นี้จะไม่ใช่แค่บัตรเติมโทรศัพท์แล้ว แต่ต่อไปจะทำหน้าที่เป็น Cash Card ก็คือบัตรที่ใช้แทนเงินได้อย่างสมบูรณ์ ซึ่งถ้าเป็นเช่นนี้จะต้องขออนุญาตจากธนาคารแห่งประเทศไทย แต่ทักษิณเปลี่ยนกฎหมายใหม่ว่า ถ้าใครจะทำธุรกิจ Prepaid จะต้องขออนุญาตโดยตรงกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังแต่เพียงคนเดียว คุณทราบหรือไม่ว่าตอนนี้มีคนขออนุญาตแล้ว 6 ราย แต่ผ่านเพียง 1 ราย ไม่ต้องเดา ก็ AIS ไงครับที่ผ่าน ส่วนรายอื่น ๆ ยังไม่รู้ว่าจะหมู่หรือจ่า แค่นั้นยังไม่พอ ยังออกกฎมากมายที่จะทำให้รายเล็ก ๆ ที่เคยทำ Prepaid อยู่ไม่ได้เช่น ต้องมีทุนจดทะเบียน 200 ล้านขึ้นไปและเรียกชำระเต็ม ถ้าบริษัทฯ ไหนไม่ถึงก็ต้องรีบตามจดให้ถึง 200 ล้านภายใน 6 เดือน แล้วรายเล็กที่ไหน จะอยู่รอด แค่นั้นยังไม่พอ ยังมีความเลวอีกชั้นคือ ทักษิณได้จัดเปลี่ยนโครงสร้างการเสียภาษีของบัตร Prepaid กล่าวคือแต่เดิมเสียภาษี 7% จากราคาบัตร เช่น บัตรราคา 100 บาท AIS จะเสียภาษี 7 บาท แต่เปลี่ยนเป็นเสียภาษีจากค่า Commission แทน เช่น บัตรราคา 100 บาทขายให้ Dealer มี Commision ได้ 4 บาท ดังนั้น จะ AIS จะเสียภาษี 7% จากค่า Commision 4 บาทคือเสียภาษีแค่ 0.28 สตางค์เท่านั้น ไม่รู้ว่าคิดได้อย่างไง คิดแต่เอาตัวเองรวยเอารวยเอา แต่กับคนอื่น ๆ ไม่ให้เกิดเลย ช่างเลวมากอย่างที่เขาพูดกันจริง ๆ ***** เรื่องนี้เป็นเรื่องจริงที่กระทบกับธุรกิจของพวกพวกเป็นอย่างมาก ***** ผมจะทำธุรกิจต่อได้อย่างไร !!!!
ประเทศไทยรวมเลือดเนื้อเป็นชาติเชื้อไทย
ตอนลอยค่าเงินบาท ดีแทคหมดเงินไปเป็น พันเป็นหมื่นล้านบาท ต้องหาพันธมิตรเข้าช่วย ...............................

แต่ตอนนั้น บ.มือถืออีกอัน กลับ ทำกำไรเป็นหมื่นๆล้าน เพราะ นาย(ก)หน้าคางคก บอก รองนาย(ก)หน้าเหลี่ยม ว่าจะลอยค่าเงินบาท (ขายชาติ) หน้าเหลี่ยม เลยซื้อ ดอลล่ามาเก็บไว้ ทั้ง สว๊อป ซื้อสด คืนเงินกู้ ฯลฯ ส่งผลให้เงินสำรองในคลังของไทยหายไป สี่หมื่นล้านดอลล่า (คนรู้เรื่องการเงินคงเข้าใจ) ต้องไปดาหน้ากู้เงิน ไอเอมเอฟ หมื่นเจ็ดพันล้าน .....
พอจับคนผิดมาลงโทษ ปรากฎว่า เริงชัย ผู้ว่าแบงค์ชาติในขณะนั้น ผิดคนเดียว ตั้งชดใช้ เป็น หมื่นเป็นแสนล้านบาท ..... ส่วนนักการเมือง ขายชาติก็ลอยนวล ... แถมยังลอยหน้าลอยตาให้เห็นในทีวี ทุกวี่ทุกวัน ......

น่าสงสารที่คนไทยลืมง่าย ......
แล้ว คนโง่ก็มีเยอะ โดนหลอกตลอด .....
พวกขายชาติเลยกลับมาได้ .....
แถม กลับมาคราวนี้ก็ยัง เหมือนเดิม .....

เค้าขี้เกียจสู้กะ ais ที่มีการเมืองหนุนหลัง ais ได้สิทธิพิเศษเยอะ แต่ Dtac ไม่มีเลยค่าสัมปทานก็แพงกว่า แต่ ให้บริการได้ ราคาถูกกว่า ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าคนไทยทำไม ยอมจำนน ขนาดนี้ แล้วคนที่อยากให้คนไทยที่อยากใช้บริการของคนไทย ที่ขูดรีด คนไทย ก็ใช้ไปไม่เป็นไร เพราะถ้ามันมีกำไร มากเดี๋ยวมันก็เอาเงินมาซื้อ ไฟฟ้า ประปา หลังจากที่มันซื้อ ปตท. แล้วมันก็มีวิสัยทัศ มาก มันรู้ว่าคนไทยจะจนลง และจะมีหนี้มากขึ้น เลยตั้งบริษัท แคบปิตอลโอเค แล้วอย่าลืมไปอุดหนุนมันล่ะ
โดย : คนไทย

2005/Oct/01

เรื่องที่ 1 : ไม่ต้องรีบ
> > > > > > >============================================บนเครื่องการบินไทย
> > > > > > >หลังจากที่กัปตันพูดแสดงความขอบคุณ ผู้โดยสารเรียบร้อยแล้ว
> > > > > > >ปรากฏว่ากัปตันลืมปิดไมค์
> > > > > > >แล้วก็เผลอคุยกับเพื่อนร่วมงานว่า
> > > > > > >เดี๋ยวจะไปอื้บแอร์สักหน่อย แต่จะไปฉี่ก่อน
> > > > > > >ทำให้เสียงออกอากาศดังลั่นเครื่องบิน
> > > > > > >แอร์สาวได้ยิน ด้วยความตกใจจึงรีบวิ่งเพื่อ จะไปปิดไมค์
> > > > > > >แต่เผอิญสะดุดหกล้มเสียก่อน
> > > > > > >คุณป้าที่นั่งอยู่ใกล้ ๆ จึงพูดขื้นว่า
> > > > > > >"หนูไม่ต้องรีบหรอก กัปตันเค้าบอกว่าจะไปฉี่ก่อน"
> > > > > > >
> > > > > > >
> > > > > > >============================================เรื่องที่ 2 :
> ตั้งชื่อลูก
> > > > > > >===========================================เด็กหญิงอายุ 16
คนหนึ่ง
> > > > > > >เป็นคนหน้าตาดีมาก จึงทำให้มีชายหนุ่มเข้ามารุมจีบเธอมากมาย
> > > > > > >เธอรู้สึกกลัวว่า ผู้ชายที่เข้ามาหาเธอนั้น
> > > > > > >คงหวังจะต้องการทำมิดีมิร้ายกับเธอเธอจึงตัดสินใจไปปรึกษาแม่ของเธอ
> > > > > > >แม่ของเธอจึงให้คำแนะนำกับเธอว่า
> > > > > > >"ไม่ต้องกลัวลูก ต่อไปนะ ถ้ามีผู้ชายคนไหนพยายามจะทำอะไรลูก
> > > > > > >ให้ถามเขาไปว่า ' จะตั้งชื่อลูกของเราว่าอะไรดี '
> > นั่นจะทำให้ทุกคนกลัว"
> > > > > > >
> > > > > > >หลังจากนั้น เธอก็ได้ไปที่งานปาร์ตี้ มีผู้ชายที่เข้ามาเต้นรำกับเธอ
> > > > > > >และเขาก็เริ่มจูบและกอดเธอ เธอจึงกระซิบ ถามเขาไปว่า
> > > > > > >"เราจะตั้งชื่อลูกของเราว่าอะไรดี"
> > > > > > >ชายหนุ่มรีบหาข้อแก้ตัว และเขาก็หายไปเลย
> > > > > > >
> > > > > > >หลังจากนั้น ก็มีเรื่องอย่างนี้เกิดขึ้นอีก
> มีผู้ชายเข้ามารู้จักกับเธอ
> > > > > > >แล้วเขาจูบที่คอเธอ และไล่ลงมาที่ไหล่ เธอหยุดเขา
> > > > > > >และถามเขาถึงเรื่องชื่อลูกอีก เขาก็หนีไปเลย
> > > > > > >
> > > > > > >ต่อมา เธอได้รู้จักกับผู้ชายอีกคนหนึ่ง เขาชวนเธอไปที่บ้าน
> > > > > > >จากนั้นไม่นานเขาก็เริ่มจูบเธอ เธอก็ถามไปทันทีว่า
> > > > > > >"เราจะตั้งชื่อลูกของเราว่าอะไรดี"
> > > > > > >แต่เขายังคงค่อยๆ จูบเธอต่อไป
> > > > > > >"จะตั้งชื่อลูกของเราว่าอะไรดี " เธอถามซ้ำ
> > > > > > >แต่ไม่มีท่าทีว่าเขาจะสนใจ และเขาก็ค่อย ๆ ถอดเสื้อผ้าเธอ
> > > > > > >"จะตั้งชื่อลูกของเราว่าอะไร" เธอตะโกนถาม
> > > > > > >เขาก็เริ่มมีเซ็กส์กับเธอทันที
> > > > > > >
> > > > > > >เมื่อเสร็จสิ้นภารกิจ เธอไม่รู้จะทำอย่างไรดี
> > > > > > >จึงถามคำถามเดิมซ้ำไปอีกที
> > > > > > >เขาถอดถุงยางออกเรียบร้อย แล้วจึงตอบว่า
> > > > > > >"ถ้ามันรอดจากไอ้นี่มาได้ ก็เรียกมันว่า 'David Copperfield' !!!
> > > > > > >ก็แล้วกัน"
> > > > > > >
> > > > > > >
> > > > > > >============================================เรื่องที่ 3 : ซวย
> > > >
> > >===========================================ชายสามคนยืนอยู่หน้าประตู
> > > > > > >สวรรค์
> > > > > > >เทวทูตบอกพวกเขาว่า ที่ว่างในสวรรค์เหลือเพียงอีกหนึ่งที่
> > > > > > >ดังนั้น
จะพิจารณาให้คนที่ตายอย่างน่าอนาถที่สุดได้เข้ามาอยู่ในสวรรค์
> > > > > > >ดังนั้นชายคนแรกจึงเริ่มเล่า
> > > > > > >"ผมได้ข่าวลือมาว่าเมียผมมีชู้ ผมก็เลยแอบกลับบ้านไปดูในตอนกลางวัน
> > > > > > >เมื่อไปถึงบ้านผมก็พบเมียผมแก้ผ้านอนอยู่บนเตียง
> > > > > > >ผมค้นห้องนอนดูจนทั่วจึงพบว่า
> > > > > > >มีไอ้หนุ่มคนหนึ่งเกาะอยู่ตรงหน้าต่างใส่แต่กางเกงขาสั้นตัวเดียว
> > > > > > >ผมโกรธมากจึงทุบมือของเขาจนร่วงหล่นลงไป
> > > > > > >แต่เขาโชคดี เพราะถึงแม้ว่าบ้านผมอยู่บนคอนโดชั้น 25
> > > > > > >แต่เขาดันตกลงบนพุ่มไม้และไม่เป็นอะไร
> > > > > > >ผมเห็นอย่างนั้นเลยไปยกตู้เย็นมาทุ่มใส่เขา
> > > > > > >ผมไม่ทันได้เห็นว่าเขาตายรึเปล่าด้วยซ้ำ
> > > > > > >เพราะโรคหัวใจของผมมันกำเริบขึ้นมาพอดี แล้วก็มาอยู่ที่นี่แหละ"
> > > > > > >"นั่นเป็นการตายที่น่าเศร้ามากนะ" เทวทูตแสดงความเห็นใจ
> > > > > > >"แต่ลองมาฟังคนอื่นดูบ้าง"
> > > > > > >
> > > > > > >ชายคนที่สองจึงเริ่มเล่า
> > > > > > >"ผมกำลังออกกำลังกายอยู่ที่ระเบียงบ้าน โชคร้ายจริงๆที่ผมลื่นตกลงมา
> > > > > > >บ้านผมอยู่บนคอนโดชั้นที่ ๒๖ ถ้าผมหล่นลงไปผมตายแน่
> > > > > > >แต่โชคยังดีที่ผมคว้าหน้าต่างห้องข้างใต้ได้
> > > > > > >แต่ในขณะที่ผมกำลังจะปีนกลับขึ้นมา ไอ้บ้าที่ไหนไม่รู้โผล่มา
> > > > > > >ทุบมือผมจนผมร่วงตกลงไปอีก
> > > > > > >ผมร่วงตกลงมาบนพุ่มไม้ก็เลยไม่ตายแต่จุกจนลุกไม่ขึ้น
> > > > > > >เงยหน้าขึ้นมาอีกทีก็เห็นตู้เย็นหล่นลงมาใส่ผม
> ผมก็เลยได้มาอยู่ที่นี่"
> > > > > > >"คุณนี่น่าเห็นใจจริงๆนะ
> > > > > > >แต่ผมขอฟังพ่อหนุ่มคนสุดท้ายนี่ก่อนแล้วค่อยตัดสินใจ"
> > > > > > >
> > > > > > >ชายคนสุดท้ายเริ่มเล่า
> > > > > > >"ผมเป็นชู้กับเมียชาวบ้าน วันหนึ่งขณะที่เรากำลังมีความสุขกัน
> > > > > > >สามีเธอดันกลับมาที่บ้าน ผมก็เลยเข้าไปซ่อนในตู้เย็น..."
> > > > > > >
> > > > > > >
> > > > > > >============================================เรื่องที่ 4 : หมอฟัน
> > > >
> > >
> >
>
> > >===========================================หนุ่มสาวคู่หนึ่งปิ๊งกันที่บาร์
> > > >
> >
> > >หลังจากทำความสนิทสนมกันพักหนึ่งทั้งคู่ก็ตกลงไปดื่มต่อที่คอนโดของสาวน้อย
> > > > > > >หลังจากการดื่มอีกนิดหน่อยฝ่ายชายก็ถอดเสื้อของตัวเองออก
> > > > > > >แล้วไปล้างมือ
> > > > > > >
> > > > > > >หลังจากนั้น
> เขาถอดถุงเท้าแล้วก็ไปล้างมืออีกรอบสาวมองหน้าเขาแล้วพูดว่า
> > > > > > >"คุณต้องเป็นหมอฟันแน่ๆ เลย" เขามองหน้าหล่อนงงๆ
> > > > > > >"ใช่ ... แต่เอ๊ะคุณรู้ได้ยังไง"
> > > > > > >สาวอมยิ้มแล้วตอบ "ง่ายมาก คุณล้างมือตลอดเวลา"
> > > > > > >หลังจากนั้นเรื่องราวต่างๆ ก็เกิดขึ้นเป็นลำดับ
> > > > > > >เธอจูงเขาไปที่เตียง แล้วก็ [ .. เซ็นเซอร์ .. ]
> > > > > > >
> > > > > > >เวลาผ่านไปนานพอสมควร ฝ่ายหญิงก็พูดขึ้นอีกว่า
> > > > > > >"คุณจะต้องเป็นหมอฟันที่เก่งมากๆ ทีเดียว"
> > > > > > >หมอฟันยิ่งสงสัยหนัก
> > > > > > >"ใช่!ใช่! ผมเป็นหมอฟันที่เก่งมาก แต่คุณทำให้ผมแปลกใจมาก
> > > > > > >คุณรู้ได้ยังไง" สาวเจ้าตอบกลับมา "ง่ายมากคุณทำได้เบามาก
> > > > > > >ฉันไม่รู้สึกอะไรเลย"
> > > > > > >
> > > > > > >
> > > > > > >============================================[ ..ยิ้มกันวันละนิด
> > > > > > >ชีวิตจะไม่อับเฉา.. ]